ฆ่ากันเลยเหอะ เจี๊ยกกก

posted on 27 Jan 2009 17:16 by chocomonkey

 

มันกลับมาอีกแล้ว เจี๊ยก

อาการเจ็บคอมันกลับมาอีกแล้ววว

 

เมื่อตอนเช้าของวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ลิงดำลืมหนังตาดูโลก

ปวดหัว....แถมพอพยามจะพูด มันรู้สึกคอแห้งมากๆ

พอลองพูด

"........."

โอ้ กล้วยปิ้งงงงง เสียงหายอ่า

พยายามตะโกนสุดเสียงแล้วนะ แต่เสียงที่ออกมามันเบามากๆ

แถมค้นพบว่าตัวเองอยู่คนเดียวในบ้าน

ขออธิบายประตูบ้านนิดนึงนะ

คือบ้านเรามันจะมีรั้วข้างนอกแล้วเดินๆเข้ามาก็จะเป็นประตูที่เข้าออกบ้าน ซึ่งมันมีประตูเดียว

เน้นว่า "ประตูเดียว" แถมมันเป็นแบบล็อคจากข้างนอกได้ด้วย

ไอ้เรารึก็ลงมากินน้ำเพื่อจะช่วยให้มีเสียงบ้าง ซึ่งมันก็ช่วยได้นิดนึง

 

สักพัก

 

ทำไมบ้านมันมืดจัง? ลิงดำก็คลานไปเปิดไฟ เอ๋...บ้านมันดูแปลกๆนะ

อ๋อ!ไม่ได้เปิดประตูบ้านนี้เอง ไปเปิดสักหน่อยเผื่อแสงแดดจะทำให้รฦสึกดีขึ้น

 

กึ๊ง! กึ๊ง! กึ๊ง!

เจี๊ยกกกกกกกก

มันล็อคอ่ะ ประตูบ้านมันล็อคคค

ซึ้งจริงๆ กุญแจบ้านนะมีน่ะ แต่ประตูมันลงแม่กุญแจข้างนอกไง

ลิงยังไม่ตายนะจะได้ถอดจิตทะลุกำแพงไปเปิดประตูอ่ะ โฮ โฮ โฮ

ป๊า กับ แม่  ใจร้าย ขังเค้าไว้ในบ้าน ลืมเค้าได้เยี่ยงไรใจร้าว

 

แล้วพอเริ่มได้สติลิงก็โทรเข้าเบอร์ป๊าทันที และคุยด้วยเสียงที่แทบจะไม่ได้ยิน

"ฮัลโหลป๊า เมื่อเช้าป๊าออกจากบ้านคนสุดท้ายใช่ไหม๊?" เอามือป้องปากพูด

"อืม ทำไมอ่ะ"

"ป๊าลืมอะไรรึเปล่าอ่ะ"

"ลืมเหรอ...อืม..ป๊าว่าป๊าไม่ลืมนะ"

"ป๊า ลูกสาวป๊าให้โอกาศป๊าคิดอีกที"

"...ไม่อ่ะ ป๊าไม่ลืม ออกจากบ้านป๊าก็ล็อคบ้านเรียบร้อยดี แล้วป๊าก็มาเปิดร้าน ทำไมล่ะ?"

"ป๊า!!! ป๊าลืมลูกสาวป๊าได้ไงเนี๊ย!! โอ๊ย แค่ก แค่ก แค่ก"แล้วปิดประโยคด้วยการไอ

 "โอ๊ะ..จริงด้วย ป๊าลืมเลยอ่ะ แต่เรามีกุญแจนี้ " เหมือนจะตกใจ แต่...เปล๊า ป๊าไม่ตกใจเลยอ่ะ 

 

โอ้วววว ป๊า กุญแจอ่ะมีค่ะแต่มันล็อคข้างนอกไงค่ะข้างนอก

ป๊าลืมเค้าไว้ในบ้าน ครั้งนี้เป็นรอบที่ 3 แล้วนะ!!

ครั้งแรกมันยังพอให้อภัยแต่ครั้งที่สองที่สามนี้

ป๊าตั้งใจป่าวเนี๊ย โฮๆ ไม่เข้าใจจริง

"ไอใหญ่เลยนอนอยู่บ้านนั้นแหละ เดี๋ยวป๊าให้เด็กไปไขปรตูบ้านให้"

 

 

หลังจากวางสายลิงก็คลานไปค้นยาแก้ไอมากิน แล้วขึ้นไปนอน

พอสายๆ เกือบเที่ยงก็ได้ออกจากบ้าน

 

ลิงก็รีบวิ่งไปร้านเน็ตทันที แล้วนั่งทำงานส่งอาจารย์ด้วยความเร่งรีบ

แถมปวดหัวตุ๊บๆ ไอบ่อย พ้วงท้ายด้วยน้ำมูก สรุปง่าๆ ไขรับประทาน

 

ส่วนตอนนี้ ยังไออยู่ เหลือบแค่ไอ แต่แค่นั้นก็ทำให้อดกินกล้วยปั่นแล้วอ่ะ

กล้วยปั่นจ้า เราคงต้องจากกันสักระยะหนึ่งนะจ๊ะ แล้วฉันจะคิดถึงเธอ จุ๊บๆ แค่ก แค่ก

 

อ้อ แต่มีเรื่องนึงที่ฮามาก วันที่เป็นไขลิงโทรไปหาเพื่อนด้วย พอวันต่อมา เพื่อนดวงไม่ดีผู้นั้นก็เป็นไขทันที

 แหม~เพิ่งจะรู้นะเนี๊ยว่าเดียวนี้อาการป่วยไขสามารถติดต่อกันได้ ผ่านสัญญาณโทรศัพท์

ถ้ารู้เร็วกว่านี้จะโทรไปแกล้งทกคนเลยคอยดู หุหุหุ

 

 

หวัดดีค่ะลิงดำคืนชีพ!!!

 หลังจากเศร้าไปนานตอนนี้ก็กลับมาสดใสอีกครั้ง กร๊ากกกก

 พร้อมความบ้าที่มากกว่าเดิม คึคึคึ

 

วันนี้หลังจากท่องเน็ตไปเรื่อยก็ไปเจอไอ้นี้เข้า แบบทดสอบอันนี้

 

BANANA TEST....‏การทดสอบแบบกล้วยๆ

มาลองดูซิว่าจะกล้วยอย่างที่ว่าหรือเปล่า

There was a very, very tall coconut tree and there  are 4 animals,
มีต้นมะพร้าวต้นหนึ่งที่สูงๆๆๆๆๆ มากๆๆๆๆๆๆๆ และที่นั่นก็มีสัตว์อยู่ 4 ชนิด


a Lion


a Chimpanzee

 


a Giraffe

 


and a  Squirrel

 

  

who pass by.
They  decide to compete to see who is the fastest to get a  banana off the tree.
พวกมันแข่งกันว่า  ใครจะปีนไปเก็บกล้วยได้เร็วที่สุด


Who do you guess will  win?

คุณลองเดาซิว่า ใครจะชนะ?


Your answer will reflect your  personality.

คำตอบของคุณเป็นผลสะท้อนต่อบุคลิกภาพของคุณนะ


So think carefully . . .. Try and  answer within 30 seconds

ดังนั้น คิดให้รอบคอบ   พยายามและตอบภายใน 30 วินาที


Got your  answer?

ได้คำตอบรึยัง?


Now scroll down to see the  analysis.

ไปดูคำตอบกันนนนนนน



 

 

 

 

 



If your answer  is:
ถ้าคำตอบของคุณคือ...


Lion = you're dull.  

ตอบ สิงโต =  คุณโง่มาก!!


Chimpanz ee = you're a  moron.

ตอบ ลิงซิมแพนซี = คุณเป็นคนปัญญาอ่อน!!


Giraffe = you're a complete idiot.

ตอบ ยีราฟ = คุณเป็นคนสมองทึบ อีเดียท!!


Squirrel  = you're just hopelessly stupid.

ตอบ กระรอก = คุณไร้สมองสุดๆ!!



A COCONUT TREE  DOESN'T HAVE BANANAS.

ต้นมะพร้าวจะมีกล้วยได้ไง!!!  555++



Obviously you're stressed  and overworked.
You should take some time off and  relax!
Try again this  year.

เห็นได้ชัดเลยว่า คุณกำลังเครียดมาก

เรียนหรือทำงานหนักเกินไปหรือเปล่า
ควรจะหาเวลาพักผ่อนบ้างนะ

พยายามใหม่ ปีนี้!!

โอ้ววว บานาน่าบวชชี ทำเอาลิงอึ้งไป3 วิ

สรุปแล้วตูมันโง่~~

แล้วใครได้อะไรก็บอกกันบ้างนะคะ ขอตัวไปปรึกษากะนักวิทย์ก่อน

ว่าจะดัดแปลงพันธุกรรมให้ต้นมะพร้าวออกผลเป็นกล้วยได้ไหม๊?

ขอเศร้าสักครั้งเถอะ

posted on 14 Jan 2009 18:07 by chocomonkey
วันนี้ต้องขอบอกไว้เลยว่าเราไม่มีอารมณ์จะขำใดๆทั้งๆสิ้น เพราะกำลังเสียใจมาก แม้ว่ามันไม่น่าจะเสียใจก็รู้ตัวดี แต่ก็ยังเศร้าไม่หาย เรื่องของเรื่องคือเราไปสอบชิงทุนไปเรียนต่อที่อเมริกามา นั้นคือเหตุผลที่หายไป เราหวังมาก มากเท่ากับที่คนๆนึงจะหวังกับอะไรสักอย่างได้ และเราไม่เคยหวังอะไรมากขนาดนี้มาก่อน ในชีวิตเรา ขอบอกตามตรงว่าไม่เคยใส่ใจกับอะไรจริงจังนักเกี่ยวกับอนาคตหรือสิ่งรอบตัว(ยกเว้นในบางเรื่อง) แต่กับการสอบครั้งนี้ หวังมาก อะไรที่ไม่เคยทำและไม่เคยคิดว่าตัวเองจะทำได้ เราทำหมด เราไม่เคยตั้งหน้าตั้งตาอ่านหนังสือโดยไม่รู้สึกว่ามันน่าเบื่อเท่าครั้งนี้ เราไม่เคยอ่านหนังสือจนแทบจะไม่ได้นอนเท่าครั้งนี้ เราไม่เคยคิดจะทบทวนบทเรียนทุกเวลาเท่าครั้งนี้ เราไม่เคยบนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ใดๆบนโลกใบนี้ แต่ครั้งนี้ เราบน เราขอ ช่วงเวลาที่เราไปนั่งสอบและรู้ว่าเราสอบผ่านเราดีใจมาก ตื่นเต้นมากที่จะได้สอบสัมภาษณ์ เพื่อนๆของเราทุกคนต่างดีใจกับเราและบอกเราสัมภาษณ์เราทำได้อยู่แล้ว เราก็คิดอย่างนั้น เรามั่นใจแต่ก็ไม่เคยประมาทเราฝึกซ้อม พูดหน้ากระจก และสรรหาถ้อยคำมาพูด ฝึกเดิน ฝึกยิ้ม แล้ววันที่เราได้สอบสัมภาษณ์ก็มาถึง ขณะที่สอบนั้น เรารู้ตัวดีว่าตอบไม่ดีเท่าที่เราคิดไว้ ถามว่าเข้าใจคำถามไหม๊? บอกได้เต็มปากว่าเราเข้าใจ และเราก็ตอบตามที่เราคิด ยอมรับว่ามีบางข้อที่เราไม่รู้ว่าจะตอบยังไงเพราะอธิบายไม่ถูก แต่เราก็ยังมั่นใจว่าเราได้ทำดีที่สุด เขาบอกเราว่าจะส่งผลเป็นลายลักษณ์อักษรมาให้ซึ่งเราก็คงได้แต่รอ เรารอจนในที่สุดวันนี้เราก็ได้ วันนี้เราก็ยังคงขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์แม้จะรู้ดีว่าคนที่จะช่วยตัวเราได้ก็มีแต่ตัวเองเท่านั้นแต่ก็ยังขอ ขอให้มีความหวังแม้สักนิด วันที่ไปสอบสัมภาษณ์มีการประชุมและเขาอธิบายไว้ว่าทุนเต็มไม่ต้องเสียค่าอะไรอีก แต่ทุนที่2 3 .... ต้องเสียค่าใช้จ่ายอีกเป็นแสน ซึ่งมันเท่ากับว่าเหมือนเราเสียตังค์ไปเรียนเอง ป๊ากับแม่บอกเราว่าครอบครัวเราไม่รวยนะลูก ถ้าได้ทุนที่2ลงมาป๊ากับแม่คงไม่มีปัญญาไปจ่ายเขา ซึ่งเราเข้าใจดี และเราก็หวังทุนเต็มเพราะเรารู้ถึงรายได้ครอบครัว แล้ววันนี้เรากลับบ้านเราไม่ได้แวะไปที่ร้านขายของแต่เราแวะไปที่ร้านขายข้าวของแม่ก่อนเพราะเราต้องกลับมาทำงานและอ่านหนังสือสอบ ขณะที่กำลังช่วยแม่ก่อนที่จะกลับบ้านป๊าก็ถามเราว่าได้เข้าไปร้านรึยังผลคะแนนออกแล้วนะ เราเลยถามป๊าว่าเป็นยังไง ป๊ายิ้มไม่เต็มที่นักแล้วบอกว่าเราได้ทุน2นะ ช่วงเวลานั้นมันเหมือนโลกหยุดหมุนไปชั่วขณะ รู้สึกหน้าชา....ทุน2 หมายความว่าเราจะไม่ได้ไปเรียนต่อที่อเมริกา เมื่อไม่กี่วันที่แล้วเราอารมณ์ดีทุกวันเหมือนลอยอยู่บนอากาศว่าเรามีสิทธิ์ได้ไปอเมริกาแต่พอมาวันนี้แค่คำๆเดียว มันเหมือนฉุดเราตกจากฟ้าแล้วลากเราลงเหวไปเลย เสียใจมาก ถ้าเป็นคนอื่นที่ฐานะทางบ้านรวยๆเขาคงดีใจแล้วก็คงเตรียมตัวได้ไปอเมริกา แต่สำหรับเรา รู้ตัวดีเลยแหละ ถามว่าไม่ได้ไปเราโทษใคร? เราไม่เคยโทษที่บ้านที่ไม่ได้มีฐานะ เราไม่โทษป๊ากับแม่เลย แต่เราโทษตัวเอง ทำไมเราไม่พยายามมากกว่านี้? ที่เราพยายามมาทั้งหมดคืออะไร? ถ้าเราเก่งอีกสักนิดเราอาจจะได้ทุนเต็มก็ได้ ทำไมเราไม่พยายาม ให้มัมากกว่านี้อีก? ทำไมกันนะ? ในหัวเราแม้แต่ตอนนี้องก็เต็มไปด้วยคำถามแบบนี้ เสียใจ เจ็บใจ อยากร้องไห้แต่ไม่มีน้ำตาสักหยด ทั้งๆที่เราคิดว่าการร้องไห้มันจะช่วยให้เราหายจากอาการเหล่านี้ได้บ้างก็ยังดี ตอนนี้เราอัดอั้นมากๆ จะอ่านหนังสือสอบพรุ่งนี้ก็อ่านไม่รู้เรื่องเลยต้องมาหาที่ระบาย แต่ก็ยังไม่มีสมาธิอยู่ดี พยายามปลอบตัวเองว่าเราไม่ได้โง่เราได้ตั้งทุน2เชียวนะมีเด็กกี่คนในประเทศที่แพ้เรา? แต่ในหัวมันเหมือนมีใครมาประกาศว่า แกมันโง่ เรารู้สึกอย่างนี้ตลอดเลย ควรทำยังไงดี? เราไม่มีแรงจะสู้แล้ว แรงแห่งความพยายามเราหายไปหมดแล้ว เราคิดว่าการที่ใครคนหนึ่ง พยายามจนถึงที่สุด จะต้องได้รับผลตอบแทนที่ดี เพราะอย่างนี้มันก็ยิ่งตอกย้ำว่า แกมันก็พยายามได้แค่นี้นั้นแหละยัยบ้า เราคงต้องใช้เวลาสักพักเพื่อเรียกความมั่นใจกลับมา เราคงต้องใช้เวลาสักพักที่จะไปยิ้มให้มาจากใจที่อยากยิ้มจริง คงต้องใช้เวลา ใจหนึ่งตอนนี้เราอยากเห็นคะแนนกับตาของตัวเองแต่อีกใจมันกลับไม่อยากลุกไปไหนอีกแล้ว มันไม่อยากทำอะไรอีกแล้ว มันไร้ความหมายไปหมด เวลา เวลา เวลา ช่วยทำให้เรื่องบ้าๆแบบนี้หายไปจากใจเราเร็วๆที เราไม่อยากเป็นแบบนี้ เราไม่ชอบเวลาที่ตัวเองอ่อนแอเลย ไม่ชอบเลยจริงๆ