ขอเศร้าสักครั้งเถอะ
posted on 14 Jan 2009 18:07 by chocomonkey
วันนี้ต้องขอบอกไว้เลยว่าเราไม่มีอารมณ์จะขำใดๆทั้งๆสิ้น
เพราะกำลังเสียใจมาก แม้ว่ามันไม่น่าจะเสียใจก็รู้ตัวดี แต่ก็ยังเศร้าไม่หาย
เรื่องของเรื่องคือเราไปสอบชิงทุนไปเรียนต่อที่อเมริกามา นั้นคือเหตุผลที่หายไป
เราหวังมาก มากเท่ากับที่คนๆนึงจะหวังกับอะไรสักอย่างได้ และเราไม่เคยหวังอะไรมากขนาดนี้มาก่อน
ในชีวิตเรา ขอบอกตามตรงว่าไม่เคยใส่ใจกับอะไรจริงจังนักเกี่ยวกับอนาคตหรือสิ่งรอบตัว(ยกเว้นในบางเรื่อง)
แต่กับการสอบครั้งนี้ หวังมาก อะไรที่ไม่เคยทำและไม่เคยคิดว่าตัวเองจะทำได้ เราทำหมด
เราไม่เคยตั้งหน้าตั้งตาอ่านหนังสือโดยไม่รู้สึกว่ามันน่าเบื่อเท่าครั้งนี้
เราไม่เคยอ่านหนังสือจนแทบจะไม่ได้นอนเท่าครั้งนี้
เราไม่เคยคิดจะทบทวนบทเรียนทุกเวลาเท่าครั้งนี้
เราไม่เคยบนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ใดๆบนโลกใบนี้ แต่ครั้งนี้ เราบน เราขอ
ช่วงเวลาที่เราไปนั่งสอบและรู้ว่าเราสอบผ่านเราดีใจมาก ตื่นเต้นมากที่จะได้สอบสัมภาษณ์
เพื่อนๆของเราทุกคนต่างดีใจกับเราและบอกเราสัมภาษณ์เราทำได้อยู่แล้ว เราก็คิดอย่างนั้น
เรามั่นใจแต่ก็ไม่เคยประมาทเราฝึกซ้อม พูดหน้ากระจก และสรรหาถ้อยคำมาพูด ฝึกเดิน ฝึกยิ้ม
แล้ววันที่เราได้สอบสัมภาษณ์ก็มาถึง ขณะที่สอบนั้น
เรารู้ตัวดีว่าตอบไม่ดีเท่าที่เราคิดไว้ ถามว่าเข้าใจคำถามไหม๊? บอกได้เต็มปากว่าเราเข้าใจ
และเราก็ตอบตามที่เราคิด ยอมรับว่ามีบางข้อที่เราไม่รู้ว่าจะตอบยังไงเพราะอธิบายไม่ถูก แต่เราก็ยังมั่นใจว่าเราได้ทำดีที่สุด
เขาบอกเราว่าจะส่งผลเป็นลายลักษณ์อักษรมาให้ซึ่งเราก็คงได้แต่รอ
เรารอจนในที่สุดวันนี้เราก็ได้
วันนี้เราก็ยังคงขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์แม้จะรู้ดีว่าคนที่จะช่วยตัวเราได้ก็มีแต่ตัวเองเท่านั้นแต่ก็ยังขอ ขอให้มีความหวังแม้สักนิด
วันที่ไปสอบสัมภาษณ์มีการประชุมและเขาอธิบายไว้ว่าทุนเต็มไม่ต้องเสียค่าอะไรอีก แต่ทุนที่2 3 .... ต้องเสียค่าใช้จ่ายอีกเป็นแสน ซึ่งมันเท่ากับว่าเหมือนเราเสียตังค์ไปเรียนเอง
ป๊ากับแม่บอกเราว่าครอบครัวเราไม่รวยนะลูก ถ้าได้ทุนที่2ลงมาป๊ากับแม่คงไม่มีปัญญาไปจ่ายเขา ซึ่งเราเข้าใจดี และเราก็หวังทุนเต็มเพราะเรารู้ถึงรายได้ครอบครัว
แล้ววันนี้เรากลับบ้านเราไม่ได้แวะไปที่ร้านขายของแต่เราแวะไปที่ร้านขายข้าวของแม่ก่อนเพราะเราต้องกลับมาทำงานและอ่านหนังสือสอบ
ขณะที่กำลังช่วยแม่ก่อนที่จะกลับบ้านป๊าก็ถามเราว่าได้เข้าไปร้านรึยังผลคะแนนออกแล้วนะ เราเลยถามป๊าว่าเป็นยังไง
ป๊ายิ้มไม่เต็มที่นักแล้วบอกว่าเราได้ทุน2นะ
ช่วงเวลานั้นมันเหมือนโลกหยุดหมุนไปชั่วขณะ รู้สึกหน้าชา....ทุน2 หมายความว่าเราจะไม่ได้ไปเรียนต่อที่อเมริกา
เมื่อไม่กี่วันที่แล้วเราอารมณ์ดีทุกวันเหมือนลอยอยู่บนอากาศว่าเรามีสิทธิ์ได้ไปอเมริกาแต่พอมาวันนี้แค่คำๆเดียว
มันเหมือนฉุดเราตกจากฟ้าแล้วลากเราลงเหวไปเลย
เสียใจมาก ถ้าเป็นคนอื่นที่ฐานะทางบ้านรวยๆเขาคงดีใจแล้วก็คงเตรียมตัวได้ไปอเมริกา แต่สำหรับเรา รู้ตัวดีเลยแหละ
ถามว่าไม่ได้ไปเราโทษใคร? เราไม่เคยโทษที่บ้านที่ไม่ได้มีฐานะ เราไม่โทษป๊ากับแม่เลย แต่เราโทษตัวเอง
ทำไมเราไม่พยายามมากกว่านี้? ที่เราพยายามมาทั้งหมดคืออะไร? ถ้าเราเก่งอีกสักนิดเราอาจจะได้ทุนเต็มก็ได้ ทำไมเราไม่พยายาม
ให้มัมากกว่านี้อีก? ทำไมกันนะ?
ในหัวเราแม้แต่ตอนนี้องก็เต็มไปด้วยคำถามแบบนี้ เสียใจ เจ็บใจ อยากร้องไห้แต่ไม่มีน้ำตาสักหยด ทั้งๆที่เราคิดว่าการร้องไห้มันจะช่วยให้เราหายจากอาการเหล่านี้ได้บ้างก็ยังดี
ตอนนี้เราอัดอั้นมากๆ จะอ่านหนังสือสอบพรุ่งนี้ก็อ่านไม่รู้เรื่องเลยต้องมาหาที่ระบาย แต่ก็ยังไม่มีสมาธิอยู่ดี
พยายามปลอบตัวเองว่าเราไม่ได้โง่เราได้ตั้งทุน2เชียวนะมีเด็กกี่คนในประเทศที่แพ้เรา? แต่ในหัวมันเหมือนมีใครมาประกาศว่า
แกมันโง่
เรารู้สึกอย่างนี้ตลอดเลย ควรทำยังไงดี? เราไม่มีแรงจะสู้แล้ว แรงแห่งความพยายามเราหายไปหมดแล้ว เราคิดว่าการที่ใครคนหนึ่ง
พยายามจนถึงที่สุด จะต้องได้รับผลตอบแทนที่ดี เพราะอย่างนี้มันก็ยิ่งตอกย้ำว่า แกมันก็พยายามได้แค่นี้นั้นแหละยัยบ้า
เราคงต้องใช้เวลาสักพักเพื่อเรียกความมั่นใจกลับมา เราคงต้องใช้เวลาสักพักที่จะไปยิ้มให้มาจากใจที่อยากยิ้มจริง คงต้องใช้เวลา
ใจหนึ่งตอนนี้เราอยากเห็นคะแนนกับตาของตัวเองแต่อีกใจมันกลับไม่อยากลุกไปไหนอีกแล้ว มันไม่อยากทำอะไรอีกแล้ว มันไร้ความหมายไปหมด
เวลา เวลา เวลา ช่วยทำให้เรื่องบ้าๆแบบนี้หายไปจากใจเราเร็วๆที เราไม่อยากเป็นแบบนี้ เราไม่ชอบเวลาที่ตัวเองอ่อนแอเลย ไม่ชอบเลยจริงๆ
Tags: เศร้า3 Comments

ถามตัวเองนะ คิดแล้วมีอะไรดีขึ้นรึเปล่า ถ้าไม่มี ทำทำไม ?
ฉะนั้น เลิกเครียดแล้วกลับมาทำอะไรๆให้มันดีขึ้น
ลองไปเดินเล่นแบบสบายๆไม่ต้องใส่ใจอะไรซักวัน ช่วยได้เยอะนะ
ปล.เดินจตุจักรสิ เสาร์อาทิตย์นี่ หญิงฮึ่ม(เอ๊ะยังไงวะ)
ร้อนดี ลดน้ำหนักด้วย 55+
#1 By Sharpen_Thought on 2009-01-15 01:09